ทำบุญ ฟังธรรม ธรรมะ
   เข้าระบบ   
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน


ลืมรหัสผ่าน ?.

   

    การตรวจสอบ www.sanoga.com

    ถ้าคุณต้องการไปที่ เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย จากนั้นคุณได้มาถึงสถานที่ที่เหมาะสม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาเยี่ยมชม.

    เครื่องเสียงติดรถยนต์

    ใครสนใจเครื่องเสียงติดรถยนต์และประดับยนต์ราคาถูก+ติดตั้งฟรี มีรับประกันและบริการหลังการขายโตยเน้อ

    ผ้าม่าน รามอินทรา

    สาขา คาร์ฟูร์ ถนนรามอินทรา ก.ม.2 เบอร์โทรศัพท์ : 0
 ภูมิปัญญาไทย การปั้นหม้อ จังหวัดมหาสารคาม


ผลงานวิจัยของ รองศาตราจารย์โสภิดา  ยงยอด มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
11 มีนาคม 2551


การปั้นหม้อ  ที่บ้านหม้อ  ตำบลเขวา  อำเภอเมือง  จังหวัดมหาสารคาม

    บ้านหม้อเป็นหมู่บ้านซึ่งห่างจากตัวจังหวัดมหาสารคาม   ประมาณ  5 กิโลเมตร  มีราษฎรอาศัยอยู่ประมาณ  160  ครอบครัว   ชาวบ้านมีอาชีพหลักคือ  การทำนา  และเป็นชาวบ้านที่อพยพหนีความแห้งแล้งทุรกันดารของท้องถิ่นจากอำเภอโนนสูง  จังหวัดนครราชสีมา  ในตอนแรกมีประมาณ  3-9  หลังคาเรือน  มีความรู้เรื่องการปั้นหม้อมาก่อน  เมื่อหนีความแห้งแล้งก็มาเจอปัญหาดินเค็ม  ผลผลิตจากการเก็บเกี่ยวจึงไม่สามารถทำรายได้เพื่อจับจ่ายเป็นการยังชีพตลอดปีได้  จึงได้ยึดอาชีพการปั้นหม้ออีกอาชีพหนึ่ง  เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในฤดูที่ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล

    คุณลุงละมัย   คำศิริรักษ์  ประธานกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านหม้อ  อำเภอเมือง  จังหวัดมหาสารคาม  ได้ให้รายละเอียดของอาชีพและประวัติบ้านหม้อว่า   ชาวบ้านหม้อเป็นลูกหลานที่อพยพมาจากบ้านเพิก  บ้านเพีย  ในเขตอำเภอโนนสูง  เดิม จังหวัดนครราชสีมาเมื่อประมาณ  100  กว่าปีแล้วเพราะในช่วงนั้นโคราชเกิดฝนแล้งติดต่อกัน  8-9  ปี   เกิดโรคระบาดหนักจนต้องอพยพมาอยู่อีสาน  ซึ่งเชื่อว่าจะทำมาหากินง่ายกว่า  “หนองเลิง”   ซึ่งถือว่าเป็นขุมทรัพย์ของชาวบ้านหม้อ  ปัจจุบันเป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ที่สำคัญที่สุด  คือ  เป็นหนองน้ำที่มีดินดีปั้นหม้อได้คุณภาพสูงตรงกับความต้องการของผู้ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่   ซึ่งมีอาชีพเดิมในการปั้นหม้อเป็นทุนเดิม  ลุงละมัย (ชาวบ้านเรียกว่า  พ่อทรงคุณ)  เล่าว่า   ชาวบ้านหม้อแต่เดิมไม่สนใจการทำนาทำไร่  ยึดอาชีพปั้นหม้ออย่างเดียว  จนทำให้ชาวบ้านหม้อในปัจจุบันซึ่งมีถึง  160  ครอบครัว   ไม่มีที่นาทำกินเป็นของตนเองถึง  90  ครอบครัว


    วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการปั้นหม้อ

    1.  ดิน  (ดินตามที่เหมาะในการเพาะปลูกและเหมาะในการปั้นหม้อ)

         โดยปกติดินที่ใช้ในการปั้นหม้อเป็นการผสมกันระหว่างดินเหนียวและดินเชื้อ  ซึ่งดินเหนียวเป็นดินที่หาได้จากหนองเลิง   ชาวบ้านหม้อถือเป็นเส้นโลหิตของหมู่บ้านก็ว่าได้ส่วนดินเชื้อได้จากดินโคลนผสมกับแกลบในหลุมลึกประมาณ  1  เมตร  ในอัตราส่วน  1  ต่อ  1  ก็จะเป็นดินที่สามารถนำปั้นหม้อได้

    2.  ครกไม้

         ทำด้วยไม้ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  30  ซม.  สูงประมาณ  1  เมตร  ใช้เครื่องมือเจาะเป็นโพรงตรงกลางให้เกือบจะทะลุอีกด้านเหลือไว้ประมาณ  3-5  ซม.  ใช้สำหรับตำหรือบดดินเชื้อให้ละเอียดเพื่อนำไปผสมกับดินเหนียวสำหรับการปั้นหม้อ


    3.  สาก

      ทำด้วยไม้เนื้อแข็งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  3-5 ซม.  ยาวประมาณ    เมตร  ใช้สำหรับบดดินเชื้อคู่กับครก

    4.  ตะแกงหรือเขิง

      ใช้สำหรับร่อนเอาดินเชื้อที่ละเอียดซึ่งตะแกงหรือเขิงเป็นเครื่องจักสานด้วยไม้ไผ่หรือที่เป็นเส้นลวดก็ได้   มีลักษณะกลม ๆ  เล็กกว่ากระด้ง  ซึ่งใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง  เช่น  แยกแกลบจากรำข้าว  ดูลักษณะการใช้งานก็จะคงไม่แตกต่างกับตะแกรงร่อนทรายใช้ในงานก่อสร้าง

    5.   ลำเพลิน  หรือบางท้องถิ่น  เรียกว่า  หม้อดิน

           ทำด้วยใบสับปะรด  แต่ปัจจุบันในสับปะรดหาได้ยาก  จึงหันมาใช้แผ่นพลาสติกแทนเป็นลักษณะรูปเหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้างประมาณ  1  เมตร  ยาวประมาณ  2  เมตร  ใช้สำหรับผสมดินเชื้อกับดินเหนียว (ชาวบ้านเรียกว่า  เหยียบดิน)   ให้เป็นเนื้อเดียวกันที่เรียกว่าลำเพลิน  อาจมีสาเหตุจากจังหวะการเหยียบซึ่งมีลีลาคล้ายกับการเต้นหมอลำเพลินของชาวอีสานก็อาจเป็นได้

 
  6.  แป้นปั้น

             หมายถึง  แป้นที่ใช้สำหรับการขึ้นรูปซึ่งมี  2  ลักษณะคือ  แท่นไม้กลมและแป้นหมุนแท่นไม้กลมสูงประมาณ  50  ซม.  ทางบ้านใช้ต้นมะพร้าวที่โค่นลงแล้วตัดเป็นท่อนยาวตามความเหมาะสม   นำมาตั้งทำแท่นบางท้องถิ่นก็ใช้ครกไม้แทน  ซึ่งใช้ประโยชน์ได้ทั้ง  2  ทาง  คือ  ใช้บดดินเชื้อให้ละเอียดและกลับอีกด้านหนึ่งก็สามารถที่จะใช้แป้นปั้นได้  เป็นแป้นปั้นแบบนี้เวลาขึ้นรูป (ขึ้นเบ้า)  ช่างจะขึ้นเบ้าและเดินถอยหลังรอบ  ๆ แท่นไม้เพื่อแต่งรูปทรง  แป้นปั้นอีกลักษณะหนึ่งคือ  แป้นหมุน  แป้นแบบนี้  ผู้ปั้นจะยืนอยู่จุดเดียวและหมุนแป้นไปเรื่อย ๆ  มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ  ส่วนที่เป็นไม้  และส่วนที่เป็นเดือย  แป้นแบบหมุนนี้ชาวบ้านหม้อบอกว่าใช้ไม่ถนัดจึงหันมาใช้แบบดั้งเดิม  คือ  แบบถอยหลัง

    7.  หินดุ

          ทำด้วยดินชนิดเดียวกับดินที่ใช้ปั้นหม้อมีลักษณะหัวกลม ๆ   รูปร่างคล้ายดอกเห็ดมีหลายขนาด  ใช้สำหรับกระทุ้ง  ดุนหรือดันหรือรองรับการตีจากด้านนอก  เพื่อให้เป็นรูปทรงตามที่ต้องการซึ่งราคาประมาณอันละ  10  บาท  ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่าการทำหินดุนั้นห้ามสตรีที่ยังมีประจำเดือนทำหินดุ  เพราะเป็นการขะลำ

    8.  ไม้ลาย

      ทำด้วยไม้มีลักษณะรูปทรงคล้ายไม้พายเรือ  ยาวประมาณ  30  เซนติเมตร  มีด้ามจับ  ใช้สำหรับตีหม้อ  เพื่อให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ


      9.  ไม้สักคอ

      มีลักษณะเป็นแท่งไม้คล้ายตะเกียบแต่ขนาดอ้วนและสั้นกว่า  ใช้สำหรับทำลวดลายลงบนคอหม้อลายที่แกะส่วนมากก็เป็นลายเรขาคณิต



      10.  ใบสวี

        สมัยก่อนทำด้วยใบสับปะรด  แต่เนื่องจากปัจจุบันใบสับปะรดหาได้ยาก  จึงหันมาใช้แผ่นพลาสติกแทน  ใบสวีกว้างประมาณ  1  นิ้ว  ยาว  6  นิ้ว  ใช้สำหรับขึ้นรูปปากหม้อและเช็ดปากหม้อในการปั้นหม้อ

      11.  ลวดหรือเลื่อยตัดดิน

        มีลักษณะคล้ายเลื่อยวงเดือน  ใช้สำหรับตัดดินเหนียวให้ขาดและหลุดออกจากกัน

      12.  ไม้ก้อหม้อ

        มีลักษณะกลมความยาวแล้วแต่ความเหมาะสมกับภาชนะที่จะปั้นใช้สำหรับม้วนแผ่นเดินที่เตรียมไว้เพื่อให้เป็นรูปทรงตามต้องการ

   
   ขั้นตอนและวิธีการปั้นหม้อ

1.    การเตรียมดิน

2.    การขึ้นรูปหรือขึ้นเบ้า

3.    การเก็บรักษา

4.    การเผา

    รูปทรงลักษณะสิ่งผลิตตลอดประโยชน์ใช้สอย

    รูปทรงต่าง  ๆ  ของภาชนะที่ผลิตขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าและประโยชน์ใช้สอย  การใช้ในชีวิตประจำวันหรือพิธีทางศาสนา   เช่น  การบวงสรวงต่าง  ๆ  นอกจากนี้ยังควรปั้นรูปทรงแปลกใหม่ ๆ   อีกมากมาย


    ขั้นตอนในการปั้นหม้อ

    นำเอาดินมาหมักไว้ในบ่อ  เอามาเหยียบย่ำใส่กับส่วนผสมซึ่งเป็นดินเชื้อ  

    ดินเชื้อ  :  คือดินที่ได้มาจากการนำเอาดินโคลนมาผสมกับแกลบแล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ  พอเหมาะแล้วนำไปตากแดดพอแห้งก็นำไปเผา   พอเผาเสร็จก็นำมาบดหรือตำด้วยครกไม้ละเอียดแล้วใช้ตะแกรงหรือเขิงร่อนเอาส่วนที่ละเอียดที่สุดไว้   แล้วนำมาผสมกับดินเหนียวเมื่อผสมเสร็จก็นำมาปั้นหม้อ  แต่ถ้าดินยังนุ่มไม่พอต้องเหยียบหรือย่ำอยู่จนดินเหนียวกับดินเชื้อผสมเข้ากันดีแล้วจึงนำมาปั้นได้


    การทำหม้อ

    ต้องขึ้นเบ้าก่อน  (ขึ้นรูป)  แล้ววางไว้เหมือนครกตั้งทิ้งไว้ให้ดินเหนียวหมาดเสียก่อน  ตอนขึ้นเบ้าต้องทำตรงให้อ้วนส่วนปลายจะเรียวเล็กกว่าแล้วใช้หัวแม่มือเจาะหัวท้ายให้เป็นหลุมตากทิ้งไว้พอหมาดแล้วก็ใช้ไม้ก้อหม้อเจาะเข้าตรงรูที่ทำไว้  ด้วยการกลิ้งไม้ก้อไปหาก็จะได้เป็นรูตรงกลางที่ทะลุถึงกันแล้วตากไว้   พอทำเสร็จแล้วก็ปั้นผ่าหม้อแต่จะทำเล็กกว่าตัวหม้อ  ฝาหม้อจะเล็กมีลักษณะเหมือนครก (ดูรูป)   พอทำฝาเสร็จก็เอาตัวหม้อขึ้นแป้นหรือครกไม้จะใช้ได้  2  ทาง ๆ  หนึ่งจะเป็นครกไม้อีกทางจะเป็นแป้นสำหรับขึ้นรูป  แล้วก็นำมาสวีปากคือการทำปากหม้อด้วยใช้ใบพลาสติกหลาย ๆ  ชั้น (ใบ)  คือการคลึงปากหม้อด้วยการเดินถอยหลังประมาณ  2-3  เที่ยวจะได้ปากหม้อและคอหม้อ  แล้วใช้ไม้กลิ้งปากจะทำจากไม้ไผ่หรือดินเผาก็ได้ด้วยการแกะลายต่าง  ๆ ให้รอบไม้หรือดินนั้นแล้วนำมากลิ้งปากหม้อจนเป็นลายแล้วก็นำไปตากแดดอีก

    ขั้นที่  2  การเด๊าะหม้อ

        คือการใช้ไม้สายและหินดุ  ด้วยการนำเอาหินดุนั้นเข้าข้างในหม้อใช้หินดุดันดินเหนียวให้พองออกมาแล้วใช้ไม้ลายดีด้วยการเดินรอบ ๆ  หม้อ  หรือแป้นนั้นพอเสร็จก็นำไปตากแดดอีก

    ขั้นที่  3  นำไปผึ่งแดดแล้วนำมาตีอีก  ถ้าไม่มีแดดก็ตีไม่ได้

    ขั้นที่  4  นำมาตีอีกพอตีเสร็จก็นำมาวางกับตีนหม้อ  คือ  ปากหม้อที่เผาแล้วนำมาทุบออกให้เหลือแต่ปากหม้อกับคอหม้อตีให้กลมเหมือนหม้อแล้วก็วางไว้กับตีนหม้อตากแดดอีก  พอเสร็จแล้วก็นำมาทำลายด้วยสักคอด้วยลายต่าง ๆ  อาจเป็นลายเรขาคณิตหรือรูปหัวใจก็ได้

    เป็นอันเสร็จตากแดดให้แห้งเพื่อรอการเผา

    การทำฝาหม้อ

    เมื่อทำขึ้นรูปไว้แล้ว

    ขั้นแรก    นำมาขึ้นแป้นแล้วสวีปากประมาณ  2-3  รอบแล้ว  การสวีปากก็คือการคลึงใช้นิ้วหัวแม่มือทั้ง  2  ข้างกดเป็นเส้นที่ลอยขึ้นมาด้วยการใช้นิ้วชี้ประคองข้างล่างไว้

    ขั้นที่สอง  

    สวีปากเสร็จตากแดดให้หมาดแล้วนำมาทำหัวหรือที่จับฝาหม้อ  ผึ่งแดดอีก  พอผึ่งแดดแล้วก็นำมาทำลายต่าง ๆ  ด้วยไม้สักคอหม้อแล้วตากแดดไว้ให้แห้งประมาณ  2-3  วัน  ก็เผาถ้าฝนตกก็นานหน่อย

    ถ้าไม่เผาก่อนถ้าเรานำเอาใช้จะใช้ได้ไม่นานดินถูกน้ำจะเปื่อย

   

    การทำกระถางก็เหมือนกัน   ปากกระทงนั้นใช้มือปิดเอาหลังจากสวีปากแล้ว

    การทำต้นหม้อ

    ขั้นแรก   ปั้นเป็นรูปต้นไม้ที่มีกิ่งก้านสาขาแยกออกมาหลาย ๆ  กิ่ง  แล้วหม้อเล็ก  ๆ นั้นจะใช้แป้นหมุน (เครื่องไฟฟ้าทำเป็นหม้อเล็ก ๆ  ถ้าใช้มือทำจะทำไม่ได้เลย  พอปั้นหม้อเสร็จแต่ละก็นำเอาประกอบเข้ากับกิ่งต้นหม้อ

    การทำอ่างน้ำ

    ขั้นแรก      ก็ปั้นให้เป็นก้อนกลม           เสียก่อนโดยปั้นทีละหลายก้อนก่อนแล้วค่อยนำขึ้นวางบนแป้นที่ใช้ไฟฟ้าหมุนแล้วใช้มือประคองช่วยในการทำก็จะมีผ้าขาวผืนเล็ก  ๆ ช่วย  มีไม้ไผ่  แบน  แหลมหัวใช้สำหรับกีดดินออก (ส่วนที่เกินทิ้ง)   และจะมีไม้เล็ก ๆ  แหลมสำหรับวัดขนาดปากอ่าง

    การเผาหม้อ

    ใช้ไม้ต่าง ๆ  ที่หาซื้อมามัดละ  50  บาท  และฟางข้าว  ต้องใช้พื้นที่ในการเผาที่โล่งขั้นตอนในการทำเตาเผา  คือ  จะมีหลักตีหม้อ             หรือหลักค้ำไม้เหมือนกับการสร้างบ้าน           หลักตีหม้อสูงประมาณ  5-6  นิ้ว  หลักนี้จะปั้นเอาจะมีไม้ที่ยาววางพาดกับหลักค้ำเป็น        มุมฉากแล้ววางไม้กองขึ้นสูงพอประมาณก็นำเอาหม้อที่แห้งแล้วมาวางคว่ำปากลงทั้งหม้อเล็กใหญ่  ฝาด้วย  แล้วเอาฟางมาคลุมอีกทีแล้วก็จุดไฟเผาด้วยการยัดฟางใต้หลักค้ำ  การเผาใช้เวลาประมาณ  2  ชั่วโมงทั้งเผาทั้งเอาออกถ้าเอาออกช้าก็จะแตกได้




                                     วัสดุเครื่องใช้ในการทำหม้อ


 

                                         วัสดุเครื่องใช้ในการทำหม้อ


                                       ผลิตภัณฑ์อื่นที่ทำขึ้นเตาประหยัดถ่าน


















                                ร้านขายผลิตภัณฑ์ของคุณลุงละมัย  คำศิริรักษ์



การปั้นหม้อ  ไก่  ควาย  เตา  ไห  ต่าง ๆ

การทำต้นหม้อ

จารุวรรณ  ธรรมวัตร.   ลักษณะวรรณกรรมอีสาน  เอกสารทางวิชาการศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน

    มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  มหาสารคาม.ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค  จังหวัดชัยภูมิ  พุทธศักราช  2526.ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาค  จังหวัดนครราชสีมา  พุทธศักราช  2526.รายงานการค้นคว้าเรื่องโบราณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  วัฒนธรรมเครื่องปั้นดินเผาในหมู่ประเทศ    เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก.นางงา  สุขวนิช.  การตั้งพื้นฐานของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์.  ค.บ. (โบราณคดี)    วทม.  (เทคโนโลยีการบริหารสิ่งแวดล้อม),  2527สมชาย   นิลอาชิ. เครื่องปั้นดินเผา “บ้านหม้อ”.  ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม  วิทยาลัยครู    มหาสารคาม.


ผู้ให้สัมภาษณ์

นายเก่ง    คำศิริรักษ์    ผู้ใหญ่บ้าน
นายละมัย    คำศิริรักษ์    ประธานศูนย์สาธิต
นางเรณู    ไชยโยชน์
นายสมาน     คำศิริรักษ์
นางเขียว    นุสาชล
นางแดง    มิตรสา
นางมณี    จันทร์จรูญ

        Copyright © 2004 - 2018 Thumboon.com All rights reserve


4237098 ผู้เข้าเยี่ยมชม